ตระการตากับกุ้ยหลินเมืองไทย ที่เขื่อนเชี่ยวหลาน  

 



     หลังจากพาเที่ยวสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติมามากมายหลายที่แล้ว คราวนี้อยากเปลี่ยนบรรยากาศพาเพื่อนๆ ท่องเที่ยวเขื่อนกันบ้าง ถึงแม้ว่าจะเป็นที่ทราบกันดีว่าเขื่อนคือสิ่งปลูกสร้างจากฝีมือมนุษย์ ที่เก็บกักน้ำเอาไว้ในพื้นที่ป่า แต่สำหรับเขื่อนที่เราจะพาเที่ยวกันในคราวนี้ กลับเป็นเขื่อนที่ทำให้สภาพธรรมชาติสวยงามแปลกตาไปอย่างน่าอัศจรรย์...

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อค่ะ เพราะเขื่อนที่ว่าก็คือ เขื่อนเชี่ยวหลาน หรือมีนามพระราชทานว่า
เขื่อนรัชชประภา
ซึ่งเป็นเขื่อนอเนกประสงค์ ที่สร้างปิดกั้นคลองแสง ครอบคลุมพื้นที่ 165 ตารางกิโลเมตร ภายในอ่างเก็บน้ำมีเกาะมากกว่า 200 เกาะ มีทัศนียภาพงดงามมากจนได้รับการขนานนามว่า " กุ้ยหลินเมืองไทย" ( กุ้ยหลิน)อันมีชื่อเสียงทั่วโลกอยู่ในประเทศจีน มีภูมิประเทศประกอบด้วยเขาหินน้อยใหญ่ที่งดงามตระการตาเป็นอย่างยิ่ง นักปราชญ์สมัยราชวงศ์ถังกล่าวไว้ในบทกวีบทหนึ่งดังนี้ “ แม่น้ำนี้งดงามรามสายเข็มขัดไหมสีมรกต ส่วนภูผานั้นเล่าเป็นดังจุฑามณีสีหยก ” ศิลปินชาวจีนได้บันทึกภาพความประทับใจของภูมิประเทศที่แปลกตานี้ ซึ่งเต็มไปด้วยภูหินน้อยใหญ่ไว้ในงานกวีและภาพวาดนับไม่ถ้วน ทัศนียภาพอันโดดเด่นของกุ้ยหลินเป็นเหตุให้กุ้ยหลินกลายเป็นเมืองที่มีคนเดินทางมาท่องเที่ยวมากที่สุดเมืองหนึ่ง) กุ้ยหลิน ประเทศจีน

        ด้วยความงามของสภาพภูมิประเทศของเขื่อนเชี่ยวหลาน อันเกิดจากน้ำเหนือเขื่อนที่ท่วมท้นจนกลายเป็นทะเสสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ ซึ่งมีหน้าผา และภูเขาสูงๆ ต่ำๆ ผุดอวดตัวอยู่กลางน้ำในรูปแบบต่างๆ ทำให้เกิดทัศนียภาพที่สวยงามเกินบรรยาย และกลายเป็นเมืองกุ้ยหลินของเมืองไทยในเวลาต่อมา ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ใครต่อใครก็ต้องออกปากชื่นชมว่าสวยงามมาก...

เขื่อนรัชชประภาหรือเขื่อนเชี่ยวหลาน อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสก เขตจังหวัดสุราษฏร์ธานี....ใครที่คิดว่าสุราษฏร์ธานีมีของดีอยู่ที่สถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลอย่างเกาะสมุยกับหมู่เกาะอ่างทองเท่านั้น ก็อาจจะพลาดของดีอย่างอุทยานแห่งชาติเขาสก ทีมีเขื่อนเชี่ยวหลานอันงดงามไปโดยไม่รู้ตัว...เสียดายแย่เลยนะเนี่ย !

อุทยานแห่งชาติเขาสกแบ่งเป็น 2 พื้นที่ใหญ่ๆ คือ เขื่อนเชี่ยวหลาน ซึ่งตั้งอยู่บริเวณ กม. 57-58 ตามเส้นทางหลวงสาย 401 อีกพื้นที่หนึ่งห่างออกไปอีก 51 กม.คือบริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก ซึ่งตั้งอยู่ที่ กม.109 บนถนนเส้นเดียวกัน แต่เดิมนั้นอุทยานแห่งชาติเขาสกมีเฉพาะพื้นที่ที่เป็นป่าเขา ภายหลังการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้สร้างเขื่อนเชี่ยวหลานขึ้นมาเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าจึงทำให้พื้นที่ป่าบางส่วนกลายเป็นเขื่อนเก็บน้ำ และยังอยู่ในการดูแลพื้นที่โดยอุทยานแห่งชาติเขาสก

          แหล่งท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติเขาสก แบ่งลักษณะการท่องเที่ยวตามลักษณะพื้นที่ได้ 2 ประเภท คือการท่องเที่ยวทางบก และการท่องเที่ยวทางน้ำ ซึ่ง การท่องเที่ยวทางบก คือบริเวณที่ตั้งที่ทำการอุทยานแห่งชาติเขาสก ที่นี่มีน้ำตกและลำธารมากมายหลายแห่งให้นักเที่ยวได้เดินเท้าเข้าไปชมความงดงามกัน เราสามารถเดินทางไปตัวอุทยานฯ ด้วยรถยนต์ แล้วเริ่มเดินเท้าไปตามเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งมีให้เลือกชมมากมาย อาทิ ถ้ำน้ำทะลุ ถ้ำที่มีปากถ้ำกว้างใหญ่ถึง 30 เมตร ภายในกว้างขวางมีลำธารไหลผ่านตลอดความยาว 500 เมตร ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย รวมทั้งโขดหินที่เกิดจากการกัดเซาะของสายน้ำจนมีรูปทรงแปลกตา

น้ำตกธารสวรรค์ เป็นน้ำตกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง น้ำตกลงมาจากหน้าผาชันพุ่งโค้งแบบรุ้งกินน้ำ อยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติประมาณ 6 กิโลเมตร เส้นทางศึกษาธรรมชาติสันยางร้อย เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติป่าดิบชื้น ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร เส้นทางขึ้นและลงเขาผ่านลำห้วยและผืนป่าดิบชื้นที่อุดมสมบูรณ์ ผืนป่าแน่นทึบไปด้วยพืชพรรณทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมงนอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกเพียบทั้ง น้ำตกบางวิ่งหิน ตั้งน้ำ ถ้ำค้างคาว น้ำตกโตนกลอย น้ำตกสิบเอ็ดชั้น น้ำตกแม่ยาย น้ำตกบางหัวแรด น้ำตกบางพ่อตา น้ำตกบางเลียบน้ำ ถ้ำสี่รู ถ้ำลูกน้ำ และทุ่งไข่ห่าน ซึ่งสำหรับขาลุยก็ไม่น่าจะพลาดการเดินทางศึกษาธรรมชาติกันไปได้ง่ายๆ ใช่มั๊ยล่ะ

     สำหรับ การท่องเที่ยวทางน้ำ คือการท่องเที่ยวในแหล่งน้ำเหนือเขื่อนเชี่ยวหลาน ที่เรียกว่าท่องเที่ยวทางน้ำเพราะว่าเราต้องนั่งเรือไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เหนือเขื่อน เพื่อพบกับกิจกรรมการท่องเที่ยวบนท้องน้ำที่กว้างใหญ่ โดยการนั่งเรือชมทัศนียภาพอันตระการตาของยอดเขาหิน ปู นที่สูงพ้นน้ำ สลับกับหน้าผาสวยงามมากมาย โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบทากาเลาะ ซึ่งหาดูได้ยากสำหรับเมืองไทย ยิ่งถ้าในเวลาเช้าตรู่จะมีโอกาสได้เห็นสายหมอกประพรมยอดไม้ งดงามทีเดีย เราสามารถนั่งเรือชมวิวในราคาเหมาลำ เรือลำหนึ่งนั่งได้ไม่เกิน 8-10 คน ราคา 800-1 , 500 บาท ระยะเวลาในการล่องเรือขึ้นอยู่กับความพอใจของเรา ซึ่งระหว่างล่องเรือในอ่างเก็บน้ำ คนขับเรือจะเปิดโอกาสให้เราได้ขึ้นไปเดินป่าเที่ยวชมถ้ำที่มีหินงอกหินย้อย ขึ้นยอดเขาไปชมวิวเกาะแก่งภายในเขื่อนรวมถึงชมความงามของอุทยานฯ ในจุดต่างๆ อย่างเพลิดเพลินตามต้องการ

 

  ถ้ายังไม่หนำใจ ก็สามารถนอนพักผ่อนและค้างคืนได้บนเรือนแพ ซึ่งต้องว่าจ้างเรือให้ล่องไปสู่ที่พักแต่ละแห่ง ที่กระจายอยู่ทั่วไปตามอ่างเก็บน้ำ อันจะมีกิจกรรมน่าสนใจให้เลือกทำมากมาย อย่างง่ายๆ ก็เล่นน้ำ หรือจะพายเรือแคนู ดูนก ตกปลา ส่องสัตว์ ดูผีเสื้อ หรือจะเลือกรับประทานเมนูเด็ดจากร้าน อาหารครัวเชี่ยวหลาน ก็อร่อยสบายกระเป๋า จะกินปลาบึกผัดฉ่า ที่จับได้ในอ่างเก็บน้ำ หรือลาบหมูทอด ก็เป็น เมนูขึ้นชื่อของที่นี่ เฮ้อ !!... กิจกรรมการท่องเที่ยวเหนือเขื่อนเชี่ยวหลานมีมากมายบรรยายกันแทบไม่หมดเลยล่ะค่ะ

 

 

ที่พัก

ที่พักในบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสก มีบริการบ้านพักทั้งหมด 3 หลัง พักได้ประมาณ 6 คน ต่อหนึ่งหลัง ราคา 350 บาทต่อคืน

หากจะตั้งเต็นท์ควรเตรียมอุปกรณ์ไปด้วย ติดต่อสำรองที่พักล่วงหน้าที่ สำนักงานป่าไม้อุทยานแห่งชาติเขาสก โทร. 0-7724-0740-5, 0-7729-9318-9 ต่อ 5715 และ 0-7729-9150

นอกจากนี้บริเวณใกล้ที่ทำการอุทยานฯ ยังมีที่พักของเอกชนบริการหลายแห่ง บางแห่งมีบ้านบนต้นไม้ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของที่พักบริเวณอุทยานแห่งชาติเขาสกนี้

ที่พักในบริเวณเขื่อนรัชชประภา (เขื่อนเชี่ยวหลาน) สำนักงานป่าไม้อุทยานแห่งชาติเขาสกจัดบริการที่พักทั้งหมด 3 จุด ได้แก่ บ้านพักบริเวณหน่วยอุทยาน ขส. 2 มีทั้งหมด 2 หลังพักได้ประมาณ 30 คน แพพักที่หน่วยฯ นางไพร มี 6 หลัง พักได้ประมาณ 50 คน และ แพพักที่หน่วยฯ โตนเตย มี 7 หลัง พักได้ประมาณ 10-18 คน มีไฟฟ้า ห้องนอน ห้องน้ำ และบริการอาหาร ผู้ที่ประสงค์จะไปพักควรติดต่อสำรองที่พักล่วงหน้า

นอกจากนี้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้จัดบริการบ้านพักเป็นลักษณะเรือนแถวทั้งหมด 111 ห้อง ราคา 200-500 บาทต่อคืน ติดต่อสำรองที่พักล่วงหน้าที่ โทร 0-7731-1522, 0-7724-0740-5 ต่อ 5008 ในวันและเวลาราชการ

นอกจากจะมีแพที่พักของอุทยานแล้ว บริเวณนี้ยังมีที่พักของเอกชนไว้คอยบริการด้วยเช่นกัน

 

การเดินทางสู่ อช.เขาสก

รถยนต์ส่วนตัว

         จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางสายธนบุรี-ปากท่อ (ทางหลวงหมายเลข 35) แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 4 โดยตลอดผ่านจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร เข้าสู่ทางหลวงหมายเลข 41 ถึงสุราษฎร์ธานี ใช้เส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 401 แยกเข้าอุทยานแห่งชาติเขาสกตรงหลัก กท ที่ 109 เข้าสู่ถนนลาดยาง ระยะทางถึงที่ทำการอุทยานประมาณ 2 กม.

          กรณีไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาสกในส่วนของเขื่อนเชี่ยวหลาน ให้ใช้เส้นทางเดียวกัน แล้วแยกเข้าสู่อุทยานแห่งชาติเขาสก หน่วยพิทักษ์ ขส.2 แก่งเชี่ยวหลาน บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 57-58 เข้าสู่ถนนลาดยางไปประมาณ 12 กม. ก็จะถึงหน่วยพิทักษ์ฯ ขส.2 (แก่งเชี่ยวหลาน) จาก ขส.2 ต้องจ้างเรือให้ไปส่งยังหน่วยย่อย ขส.3 ขส.4 และ ขส.7 แล้วแต่ว่าท่านจะพักแพไหน


ทางรถโดยสาร

บริษัทขนส่ง จำกัด เปิดบริการเดินรถระหว่าง กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 11 ชั่วโมง รถออกจากสถานีขนส่งสายใต้ ถนนบรมราชชนนี โทร. 0-2435-1200

ทางรถไฟ

จากสถานีรถไฟกรุงเทพฯ มีบริการเดินรถทุกวัน ระยะทาง 650 กิโลเมตร ผู้โดยสารต้องไปลงที่สถานีรถไฟพุนพิน แล้วต่อรถประจำทางหรือแท็กซี่ เข้าจังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทาง 13 กม. ติดต่อ การรถไฟแห่งประเทศไทย โทร. 0-2223-7010 สถานีรถไฟสุราษฎร์ธานี อ.พุนพิน โทร. 0-7731-1213

ทางอากาศ

การบินไทยมีบริการเที่ยวบินกรุงเทพฯ-สุราษฎร์ธานี ทุกวัน ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดและสำรองที่นั่งได้ที่ โทร. 0-2280-0060, 0-2628-2000 หรือที่สำนักงานสุราษฎร์ธานี โทร. 0-7727-2610, 0-7727-3710

  

 

ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต